นิทานอีสปภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล

นิทานอีสปภาษาอังกฤษ

นิทานอีสปภาษาอังกฤษ

นิทานอีสปภาษาอังกฤษ นิทานภาษาอังกฤษแบบสั้นๆ พร้อมคติสอนใจและข้อคิดดีๆ

วันนี้เราจะนำ นิทานอีสปภาษาอังกฤษ มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่ง นิทานอีสปภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล สามารถนำไปอ่านให้เด็กฟังเพื่อเกิดความสนุกสนาน สอนภาษาอังกฤษ และให้คติสอนใจ ข้อคิดดีๆ แก่เด็กให้เด็กนั้นมีจิตสำนึกที่ดีตั้งแต่อายุน้อยๆได้เลย และยังช่วยให้เด็กมีการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย

รวมนิทานอีสปภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล และข้อคิด

1.กบเลือกนาย

ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ มีกบฝูงหนึ่งอาศัยอยู่อย่างมีความสุข วันหนึ่งพวกมันปรึกษากันว่าน่าจะมีกษัตริย์มาปกครอง พวกมันจึงไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์ เทพจูปิเตอร์จึงได้โยนขอนไม้ก้อนหนึ่งลงมาในทะเลสาบแห่งนี้ พวกกบต่างตื่นเต้นดีใจพากันขึ้นไปร้องเพลงเต้นระบำกันอยู่บนท่อนไม้นั้น

หลายวันต่อมาพวกกบต่างเบื่อราชาขอนไม้ที่ได้แต่ลอยน้ำไปมา จึงไปวิงวอนขอให้เทพจูปิเตอร์ส่งกษัตริย์มาให้ใหม่อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์จึงได้ส่งปลาไหลลงมา แต่ปลาไหลก็เอาแต่มุดอยู่ในรูพวกมันจึงได้ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง

คราวนี้เทพจูปิเตอร์ได้ส่งนกกระสาลงมา นกกระสาได้ไล่จิกกินกบไปทีละตัวๆ ทุกวันจนกบแทบไม่เหลือ ส่วนกบที่เหลือก็ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์นั้นด้วยความรำคาญพวกกบจึงกล่าวว่า หากพวกเจ้าไม่พอใจในความเป็นอยู่แบบเดิม พวกเจ้าก็จงทนเผชิญกับหายนะที่ร้องขอกันต่อไปเถอะ

The Frogs Who Wished for a King

The Frogs were tired of governing themselves. They had so much freedom that it had spoiled them, and they did nothing but sit around croaking in a bored manner and wishing for a government that could entertain them with the pomp and display of royalty, and rule them in a way to make them know they were being ruled. No milk and water government for them, they declared. So they sent a petition to Jupiter asking for a king.

Jupiter saw what simple and foolish creatures they were, but to keep them quiet and make them think they had a king he threw down a huge log, which fell into the water with a great splash. The Frogs hid themselves among the reeds and grasses, thinking the new king to be some fearful giant. But they soon discovered how tame and peaceable King Log was. In a short time the younger Frogs were using him for a diving platform, while the older Frogs made him a meeting place, where they complained loudly to Jupiter about the government.

To teach the Frogs a lesson the ruler of the gods now sent a Crane to be king of Frogland. The Crane proved to be a very different sort of king from old King Log. He gobbled up the poor Frogs right and left and they soon saw what fools they had been. In mournful croaks they begged Jupiter to take away the cruel tyrant before they should all be destroyed.

“How now!” cried Jupiter “Are you not yet content? You have what you asked for and so you have only yourselves to blame for your misfortunes.”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การไม่รู้จักพอในสิ่งที่มีอยู่ย่อมเกิดผลร้ายตามมา
Be sure you can better your condition before you seek to change.

2.ชาวประมงกับปลาตัวน้อย

ชาวประมงคนหนึ่ง นั่งตกปลาอยู่ริมทะเลเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่ได้ปลาสักตัว เขาจึงนั่งต่อไปจนเวลาเย็น เพราะหวังว่าจะได้ปลากลับไปบ้าง ในที่สุดก็มีปลาตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่งมาติดเบ็ด

ลูกปลาจึงร้องขอชีวิตว่า “ได้โปรดเถอะท่าน ข้ายังตัวเล็กเกินกว่าจะให้ท่านกินได้ในตอนนี้ ถ้าท่านปล่อยข้ากลับลงไปยังแม่น้ำ อีกไม่นานข้าก็จะเติบโตขึ้น แล้วท่านจะนำข้าไปปรุงอาหารชั้นเลิสได้”

ชาวประมงหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่หรอก เจ้าปลาน้อย ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป เรื่องอะไรเจ้าจะกลับมาให้ข้าจับอีกเล่า”

The Fisherman & the Little Fish

A poor Fisherman, who lived on the fish he caught, had bad luck one day and caught nothing but a very small fry. The Fisherman was about to put it in his basket when the little Fish said:

“Please spare me, Mr. Fisherman! I am so small it is not worth while to carry me home. When I am bigger, I shall make you a much better meal.”

But the Fisherman quickly put the fish into his basket.

“How foolish I should be,” he said, “to throw you back. However small you may be, you are better than nothing at all.”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ของที่ได้มาแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

A small gain is worth more than a large promise.

3.ลมและพระอาทิตย์

วันหนึ่ง ลมและพระอาทิตย์ถกเถียงกันว่าใครจะคือผู้ที่มีพลังแข็งแกร่ง น่าเชื่อถือมากกว่ากัน ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าจะใช้วิธีตัดสินโดยการทดสอบให้เห็นชัดว่า หากผู้ใดสามารถทำให้นักเดินทางที่เดินทางผ่านมาผู้หนึ่ง ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ ออกจากตัวของเขาได้ เมื่อนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะ

 ลมเป็นฝ่ายเริ่มแสดงก่อน มันได้รวบรวมพลังที่มีอยู่ทั้งหมด เป่าลมที่มีความเย็นรุนแรงและโหดร้ายโหมกระหน่ำ เข้าปะทะร่างของนักเดินทางผู้นั้นอย่างแรง นักเดินทางรีบกระชับเสื้อคลุมที่เขาสวมใส่ให้แนบตัวอย่างแนบแน่น เพื่อไม่ให้มันสะบัดไปได้ตามแรงของลม

จากนั้น พระอาทิตย์ก็เริ่มฉายแสงอันเจิดจ้า แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ขับไล่เมฆ และความหนาวเย็นไปจนหมดสิ้น

นักเดินทางผู้นั้นรู้สึกเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้ามากขึ้นมากขึ้น ด้วยความร้อนเขาก็เดินต่อไปไม่ไหวเสียแล้ว และด้วยความเหนื่อยอ่อนเขาได้ถอดเสื้อคลุมของเขาออกและขว้างทิ้งลงไปที่พื้น จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนเพลีย เพราะเหงื่อที่ไหลออกมาจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว และเมื่อเขามองไปเห็นแม่น้ำ และด้วยร้อนจนสุดที่จะทนทานได้

ชายผู้นั้นจึง ถอดเสื้อผ้าที่เขายังมีหลงเหลืออยู่ออกทั้งหมด แล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำ เพื่อหวังที่จะช่วยให้ผ่อนคลายความร้อน ดังนั้นพระอาทิตย์จึงเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันครั้งนี้

The North Wind & the Sun

The North Wind and the Sun had a quarrel about which of them was the stronger. While they were disputing with much heat and bluster, a Traveler passed along the road wrapped in a cloak.

“Let us agree,” said the Sun, “that he is the stronger who can strip that Traveler of his cloak.”

“Very well,” growled the North Wind, and at once sent a cold, howling blast against the Traveler.

With the first gust of wind the ends of the cloak whipped about the Traveler’s body. But he immediately wrapped it closely around him, and the harder the Wind blew, the tighter he held it to him. The North Wind tore angrily at the cloak, but all his efforts were in vain.

Then the Sun began to shine. At first his beams were gentle, and in the pleasant warmth after the bitter cold of the North Wind, the Traveler unfastened his cloak and let it hang loosely from his shoulders. The Sun’s rays grew warmer and warmer. The man took off his cap and mopped his brow. At last he became so heated that he pulled off his cloak, and, to escape the blazing sunshine, threw himself down in the welcome shade of a tree by the roadside.

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ทำอะไร ควรใช้เหตุผล มากกว่าใช้กำลัง หรือ… การโน้มน้าว ย่อมได้ผลดีกว่าการบังคับข่มขู่

Gentleness and kind persuasion win where force and bluster fail.

นิทานอีสป ภาษาอังกฤษ เป็น นิทานสอนใจ ที่สามารถสอนให้เด็กสามารถอ่านภาษาอังกฤษและได้คติสอนใจไปในเวลาเดียวกันและยังช่วยปลูกจิตสำนึกที่ดีให้แก่ เด็กและเยาวชนได้ ให้สามารถนำข้อคิดจาก นิทานสอนใจ ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้หากต้องเจอปัญหา นิทานอีสป แต่ละเรื่องก็จะให้ข้อคิดที่แตกต่างกันออกไป การอ่านนิทานหลายๆเรื่อยก็จะทำให้เราได้ข้อคิดที่มากขึ้น ทางเว็บเราจึงจะทำการนำ นิทานอีสปสำหรับเด็ก ต่างๆมาลงให้อ่านเรื่อยๆ ใครที่สนใจ นิทานอีสปสั้นๆ สามารถติดตามเว็บของเราไว้ได้เลย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

ขอบคุณบทความเพิ่มเติมจาก

https://www.nanitalk.com/child/aesops-fables/

อ่านบทความเพิ่มเติม : วันพระ 2566

Credit : https://seritalks.com/